• เตือนภัยเรื่อง ระวัง outlet ที่เพชรบุรี

    โพสข้อความเมื่อ March 17th, 2009 admin 666 ความคิดเห็น

    >> เตือนภัยเรื่อง ระวัง outlet ที่เพชรบุรี
    >>
    >> หวัดดีครับมีเรื่องมาเตือนกันนิดหน่อย
    >>
    >> เนื่องจากวันหยุดเสาร์อาทิตย์
    >> ที่ผ่านมาได้ไปเที่ยวที่ปราณบุรีกับเพื่อนๆ แล้วขากลับเลยแวะ ที่
    >> outlet ใหม่ (ถ้ากลับจากปราณบุรี จะอยู่ทางด้านซ้าย จะเจอก่อน outlet เก่า)
    >> ถึงที่ outlet ประมาณ 3 โมงเย็น( ขับรถไปกันเอง 2 คัน accord กะ camry
    >> รุ่นเก่า) ผมนั่งคัน accord กะเพื่อนอีก 3 คน คันผมมาถึงที่ outlet
    >> ก่อนแต่หาที่จอดทางด้านหน้าไม่ได้จึงขับวนไปจอดทางด้านหลังแต่ก็ไม่มีใครคิดอะไร
    >> เพราะก็เห็นมีคนจอดกันเยอะส่วนคัน camry หาที่จอดทางด้านหน้าได้
    >>
    >> พอจอดเสร็จผมกับเพื่อนอีกคนก็ลงไปก่อน อีก 2 คนบอกว่าจะ write
    >> รูปที่ถ่ายไว้ลงแผ่นให้ก็นำnotebook ออกมา write
    >> แผ่นแล้วก็เก็บไว้ตรงที่วางขาตรงที่นั่งด้านหน้า
    >> แล้วจึงตามไป เวลาประ มาน 3.35 แล้วก็เดินเที่ยวกันวักพัก เพื่อนผมก็
    >> กลับมาที่รถก่อนเพราะไม่ได้สนใจอยากซื้ออะไร เวลาประมาน
    >> 4.10 กลับมารถอยู่ในสภาพปกติ แต่กระเป๋าโนทบุค
    >> มันมาอยู่บนที่นั่งด้านหน้า แฟนเพื่อนก็เลยลองดูในกระเป๋าโนทบุค
    >> ปรากฎว่า ไม่มีโนทบุค เพื่อนผมเลยลองเปิดท้ายรถดู
    >> พบว่าซิปของกระเป๋าทุกใบเปิดอยู่ ก็เลยกลับมาดู
    >> กระเป๋ากล้อง DSLR ของเพื่อนอีกคนที่ลงไปกับผม ที่วางไว้ที่เบาะหลัง
    >> กล้องก็โดนขโมยไปพร้อมกับอุปกรณ์ทุกอย่างรวมถึง manual !!
    >>
    >> เพื่อนก็เริ่มเชครถว่ามันงัดเข้ามาทางไหน พบว่าตรงที่เปิดประตูของคนขับ
    >> โดนกรีดยางและใช้ชะแลงงัด ( ตามรูปที่ผมได้แนบไว้ด้วย )
    >>
    >> ซักพักผมก็กลับมาที่รถ (เพื่อนยังไม่ได้โทรตาม) แฟนเพื่อนก็เดินมาบอกว่า
    >> “ใจเย็นๆนะรถโดนงัด”
    >> ผมกับเพื่อนก็ถามว่ามีอะไรหายมั่ง แฟนเพื่อนผมก็แจงให้ฟังว่า
    >> มีโนทบุค แล้วกพวกสายชาท กล้อง และอุปกรณ์ (คือมีกล้อง DSLR 2 ตัว
    >> ของแฟนเพื่อน กะ ของเพื่อนผม แต่ของแฟนเพื่อนเค้าเอาลงไปด้วย เลยรอดไป )
    >> น้ำหอม
    >> กระเป๋ากุญแจหนัง เหล้า swing (เอาไปแต่หล้าทิ้งกล่องไว้)  สาย AV out
    >> ของกล้องอีกตัวนึงที่ไว้ที่ท้ายรถ เครื่องเล่น Mp3
    >>
    >>
    >> ผมกับเพื่อนเลยไป check ของว่ามีอะไรหายอีกมั๊ย
    >> คือของผมไม่ค่อยมีของมีค่ามาก จะมีห่วงก็แต่หูฟัง
    >>
    >> ที่ก่อนจะลงรถผมไปเปิดออกมาจากกระเป๋าหลังแล้วเอาไว้ที่กระเป๋าเสื้อjacket
    >> แล้ว
    >> วางไว้ที่เบาะหลัง  เสื้อผมยังอยู่ ส่วนของในกระเป๋า ก็ไม่มีอะไรหาย
    >> นับว่าโชคดีมากๆ
    >> ส่วนของเพื่อนก็ไม่มีอะไรหายเพิ่ม
    >>
    >>
    >> ก็เลยโทรตามรถเพื่อนอีกคันเพื่อมาเจอกันที่เกิดเหตุ
    >> เพื่อนผมก็ไปแจ้งทางด้านหน้าของ outlet ว่า
    >> รถโดนงัดแล้วก็สอบถามว่าแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยมั๊ยเค้าก็บอกว่าก็มีอยู่เรื่อยๆ
    >> ทางห้างเองเค้าก็ตาม ตำรวจ กับ รปถ ให้  ตำรวจมาก็ได้แต่เก็บหลักฐานไป
    >> ซึ่งก็มีเพียงลายนิ้วมือและรอยที่ดูเหมือนเลือดตรงที่วางแขนระหว่างที่นั่งด้านหน้า
    >> ซึ่งตำรวจก็บอกว่าถ้าคนขโมยมันมีประวัติก็อาจระบุตัวได้
    >> ถ้าไม่มีประวัติก็ทำอะไรไม่ได้
    >>
    >> ทางเพื่อนผมก็ไม่ได้หวังที่จะได้ของคืนกันแล้ว
    >> แต่สงสัยในความสนใจของทางห้างว่า ทั้งๆ ที่รู้อยู่ว่า มี
    >> เหตูอย่างนี้เกิดขึ้นบ่อยแต่ไม่มากรระวังภัยเพิ่มขึ้นเลย ไม่มีป้ายเตือน
    >> หรือ กล้อง แม้กระทั่งทางเข้าตรงที่รับบัตรพื้นที่ก็กว้างแต่มี รปภ 3 คน
    >> ซึ่งต้อง
    >> อยู่ประจำจุดไม่สามารถเดินไปเดินมาได้
    >>
    >> สักพักก็มีเจ้าของรถกะบะ vigo ข้างๆ
    >> กลับมาเค้าก็มาบอกว่ารถเค้าก็โดนงัดเหมือนกัน ของที่หายก็มี
    >> กระเป๋าเสื้อผ้าของหลุยส์ และก็พระเครื่อง (เลือกเอาไปเฉพาะองค์ที่ดูมีราคา)
    >>
    >> เจ้าของรถกะบะก็มาคุยกับทางกลุ่มผม สักพัก
    >> รปภก็มาบอกว่าเค้าก็ยืนอยู่(ตามรูป)
    >> เค้าบอกว่าไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้นเลย (แต่รถโดนงัดไป 2 คัน)
    >>
    >> เพื่อนผมยืนยันจะพบกับผู้จัดการให้ได้ ก็ต้องรอประมาน ชั่วโมงกว่าๆ
    >> ถึงจะพบได้
    >> (ตอนแรกมีเจ้าหน้าที่ของทางห้างมารับรับเรื่อง แล้วอ้างว่า ผจก
    >> ติดลูกค้าอยู่ –
    >> ทางผมก็ลูกค้านะซื้อของมันมาเหมือน กัน)
    >> ซึ่งทางผู้จัดการก็จำกัดคนขึ้นไปพบ บอกว่าขอแค่เจ้าของรถ 2 คันก็พอ
    >> เพื่อนผมบอกว่าจะพาแฟนเข้าไป พบด้วยเพราะว่าตอนพบว่ารถโดนงัดเจอกัน 2 คน
    >> กว่าทางนู้นจะยอมก็ต้องคุยกันซักพัก
    >> (ไม่ได้มาสมัครงานนะมีการรอเวลาเข้าพบด้วย)
    >>
    >> หลังจากเพื่อนผมเข้าไปพบทางผู้จัดการ  ทางพนักงานห้างที่รับเรื่องก็พยายาม
    >> มาบอกว่า ทางนี้เองก็ไม่ได้นิ่งเฉยกำลังดำเนินการเรื่องความปลอดภัยเหมือนกัน
    >> ทางพวกผมก็ถามว่า “พี่คับผมว่าเพื่อนผมนี่ไม่น่าจะเป็นรายที่ 3-4 หรอกนะคับ
    >> เพราะเห็นทุกๆ
    >> คนก็รู้ว่ามันเกิดอย่เรื่อยๆ อยู่แล้ว ทำไมยังนิ่งเฉยกันอยู่อีก ไม่มีกล้อง
    >> ยาม
    >> หรือว่า ป้ายเตือนเลย”
    >> ทางนู้นเค้าก็บอกกำลังดำเนินการอยู่ ทางผมก็เลยถามว่า
    >> มันเป็นเรื่องไม่สำคัญเหรอ เลยดำเนินการ
    >> กันช้าอย่างนี้  พี่จะคอยมาบอกเจ้าของรถทุกคันที่โดนงัดรึงัยว่า
    >> ทางเราก็ไม่ด้ายนิ่งเฉยนะ
    >> ดำเนินการเหมือนกัน ทางนู้นก็เงียบไป
    >>
    >> สักพักเพื่อนผมก็ลงมาจากพบผู้จัดการก็เล่าคร่าวๆให้ฟังว่า
    >> จริงๆทางเค้าเองก็ส่งเรื่องการจ้างยามใหม่
    >> หรือเพิ่มยามไปแล้ว แต่ทางเบื้องบนเหมือนมีใต้โต๊ะกันอยู่เลยทำอะไรไม่ได้
    >>
    >> ก็เลยตัดสินใจกลับบ้านกัน โดยไม่ได้ไปลงบันทึกประจำวัน
    >> เพราะต้องขับรถย้อนไปถึงชะอำ
    >>
    >> ก็เขียนนี้มาเพื่อเตือนเพื่อนๆ นะครับว่าจะไปซื้อของที่นี่ก็ระวังรถไว้
    >> คือจะบอกว่า เปลี่ยวคนถึงโดนงัดก็ไม่ถูกนักเพราะว่าตอนสงกรานต์คนเยอะๆ
    >> ก็มีคนโดนครับ ทางผมอาจผิดเองด้วยที่วางของไว้บนรถ แต่ผมคิดว่า
    >> ถึงไม่วางก็โดนอยู่ดีเพราะเค้าคงทำทุกครั้งที่มีโอกาส
    >> และทำเป็นอาชีพมากๆครับ
    >> คือเวลาเพียงแค่ 25 - 30นาทีงัดรถและเลือกของไป ถึง 2คัน
    >> มีเวลากระทั่งปิดกระเป๋าโนทบุคกับกล้องให้ด้วย
    >>
    >>
    >> อาจมีใส่ความคิดและอารมณ์ส่วนตัวลงไปหน่อย  ขอบคุณที่อ่านครับ
    >>

    ภาพประกอบครับ